minus academy faq plus academy faq Check in circle Apple Android Home Magnifer Calculator Mail Email Facebook Twitter RSS Linkedin Linkedin hollower Headphones Wechats Instagram Line Mail 2 Phone Phone 2 Minus Plus Arrow right Arrow left (variant 2) Arrow right (variant 2) Brand logo Brand logo not filled Hamburger Flag of the Hong Kong Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the China Flag of the China Flag of the China (traditional) Flag of the Taiwan Flag of the Hong Kong Flag of the Spain Flag of the Russia Flag of the France Flag of the German Flag of the Portugal Flag of the Italy Flag of the Poland Flag of the Czech Flag of the Hungary Flag of the Sweden Flag of the Bulgarian Flag of the Finland Flag of the Lithuania Flag of the Denmark Flag of the Croatia Flag of the Estonia Flag of the Norway Flag of the Romania Flag of the United Arab Emirates Flag of the United Arab Emirates Flag of the Indonesia Flag of the Malaysia Flag of the Korea Flag of the Korea Flag of the Samoa Flag of the Vietnam Flag of the Thailand Flag of the Japan Cross Cross large User Arrow down Arrow up Cube Info list Data comunication Clock Slash

FAQ

ZFX ในฐานะโบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสัญญาส่วนต่าง CFDs เรานำเสนอสินทรัพย์มากกว่า 100 รายการรวมถึงฟอเร็กซ์ ดัชนีหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (โลหะมีค่าและน้ำมันดิบ) และหุ้น ให้กับลูกค้าของเรา คุณสามารถซื้อขายทรัพย์สินทั้งหมดได้ทันทีในแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ของเราหลังจากเปิดบัญชีและทำการฝากเงิน

ดูรายการทรัพย์สินการซื้อขายที่มีอยู่ที่นี่

คำตอบ: นักลงทุนสามารถใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทางบริษัทเรานำเสนอให้ซึ่งทำการเทรดตามราคาตลาดหรือ Pending Order ตลอด 24 ชั่วโมงและคุณสามารถซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เช่น แอปมือถือแท็บเล็ตและอื่นๆ เป็นต้น

A: แพลตฟอร์มของเราให้บริการการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบมืออาชีพ ลูกค้าสามารถเทรดผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีหุ้น และ CFDs เป็นต้น ซึ่งมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และความยืดหยุ่นในการซื้อขาย 

คำตอบ: ทางบริษัทเราจะเรียกเก็บมาร์จิ้นตามผลิตภัณฑ์ที่แต่งต่างกัน รูปแบบการคำนวณมาร์จิ้นจะแยกเป็นมาร์จิ้นแบบลอยตัวและมาร์จิ้นแบบคงที่ ข้อมูลมาร์จิ้นรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ต่าง คุณสามารถอ้างอิงที่ More Contract Specifications ในเว็บไซต์ทางการของเราได้

คำตอบ: คุณสามารถตรวจสอบเวลาซื้อขายของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้บนแพลตฟอร์มการซื้อขาย โปรดล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์ม> Market Watch ด้านซ้าย> คลิกขวาที่ผลิตภัณฑ์> เลือก Specification แล้วคุณสามารถตรวจสอบเวลาซื้อขายได้

คำตอบ: เมื่อคุณล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มเสร็จแล้ว โปรดกดปุ่ม Ctrl + T บนคีย์บอร์ดของคุณค้างไว้เพื่อเปิดหน้าต่างเทอร์มินัล(Terminal) แล้วเลือกประวัติบัญชี(Account History) คลิกขวาที่ประวัติบัญชีทั้งหมด(All History)เพื่อดูประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมด

คำตอบ: สามารถใช้ได้นะครับ/ค่ะ แพลตฟอร์มของเรารองรับ EA Expert Advisor

คำตอบ: โปรดล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มการซื้อขายของคุณ> หน้าต่าง Market Watch ด้านซ้าย> คลิกขวาที่แสดงทั้งหมด (Show All) เพื่อดูผลิตภัณฑ์การการเทรดทั้งหมด

คำตอบ: หากนักลงทุนกำลังเปิดออเดอร์ซื้อ(buy)และออเดอร์ขาย(sell)พร้อมกันที่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน จำนวนล็อตเท่ากัน ระบบจะทำการเปิดใช้งาน Hedging โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าราคาตลาดจะขาขึ้นหรือขาลงซึ่งความเสี่ยงจะค่อนข้างต่ำ
※คำเตือน: Hedge หรือ Hedgingไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกล้างพอร์ตร้อยเปอร์เซ็นต์ ยอดเงินในบัญชีอาจถูกล้างพอร์ตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจากค่าสเปรดระหว่างราคาซื้อกับราคาขายและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อมีการHedging นักลงทุนก็ต้องใส่ใจกับยอดเงินที่เหลือในบัญชีและมาร์จิ้นขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อรักษาออร์เดอร์ที่เปิดไว้ในตลาด

คำตอบ: บัญชี Mini กับบัญชี STP การทำ Hedging คู่สกุลเงินและทองคำจะคิดค่ามาร์จิ้น 0% ส่วนการทำ Hedging สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีหุ้น สกุลเงินดิจิตอลและหุ้น CFD นั้นจะคิดค่ามาร์จิ้น 10% การเปิดบัญชี ECN การทำ Hedging ของสินค้าทุกประเภทจะคิดค่ามาร์จิ้น 50%

คำตอบ: หากยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอแล้วก็ไม่สามารถฝากเงินได้ทันที ทำให้อัตราส่วนมาร์จิ้นของบัญชีนั้นเหลือน้อยกว่าอัตราส่วนมาร์จิ้นที่แต่ละบัญชีได้กำหนดไว้ ทางระบบจะทำการล้างพอร์ตโดยการปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุด สำหรับอัตราส่วนมาร์จิ้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละบัญชีคือ บัญชี Mini: 20% บัญชี Standard STP: 30% และบัญชี ECN: 50%
※คำเตือน: Hedge หรือ Hedgingไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกล้างพอร์ตร้อยเปอร์เซ็นต์ ยอดเงินในบัญชีอาจถูกล้างพอร์ตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจากค่าสเปรดระหว่างราคาซื้อกับราคาขายและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อมีการHedging นักลงทุนก็ต้องใส่ใจกับยอดเงินที่เหลือในบัญชีเพียงพอหรือไม่

คำตอบ: Stop Loss และ Take Profit หมายถึง การตั้งราคาปิดออเดอร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าก่อนเมื่อราคาตลาดมาถึงราคาปิดออเดอร์ที่กำหนดไว้ ระบบจะปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติ การตั้งราคา Stop Loss เพื่อหลีกเลี่ยงผลขาดทุนที่มากเกินไปและการตั้งราคา Take Profit เพื่อป้องกันกำไรที่คุณควรจะได้รับ การตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit มีความเป็นไปได้ที่จะลดการสูญเสียของออเดอร์และได้ผลกำไรสูงสุดที่คาดหวังซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนของลูกค้า โปรดอยู่ในช่อง “Terminal-Trade” คลิกขวาที่ออเดอร์ที่ต้องการตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit คลิก “Modify or Delete Order” และตั้งค่า Stop Loss หรือ Take Profit ที่คุณต้องการในหน้าต่างป๊อปอัพ

คำตอบ: ลูกค้าตั้งPending orderบนแพลตฟอร์มไม่มีวันหมดอายุจนกว่าถูกยกเลิก

ช่วงเวลาฤดูร้อน: ชำระบัญชีเมื่อเวลา 4:00 น.ของเวลาประเทศไทยตอนเช้าทุกวัน (GMT+1 21:00)
ช่วงเวลาฤดูหนาว: ชำระบัญชีเมื่อเวลา 5:00 น.ของเวลาประเทศไทยตอนเช้าทุกวัน (GMT+1 22:00)

คำตอบ: เมื่อคุณมีออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่ข้ามเวลาฤดูร้อน 4:00นสำหรับเวลาประเทศไทย (GMT + 1 21:00) หรือเวลาฤดูหนาว 5:00สำหรับเวลาประเทศไทย (GMT + 1 22:00) ออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่จะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยค้างคืนหรือมอบให้ดอกเบี้ยค้างคืนตามผลิตภัณฑ์

คำตอบ:อัตราดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถดูได้บนแพลตฟอร์มการซื้อขาย MT4 หลังจากล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มแล้ว คลิกขวาที่ผลิตภัณฑ์อยู่ในหน้าต่าง Market Watch ด้านซ้าย เลือก Specification เพื่อดู “Swap Long” และ “Swap Short” ซึ่งเป็น “ค่า Swap long (ออเดอร์ซื้อ)” และ “ค่า Swap short (ออเดอร์ขาย)” อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนจะพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยบนแพลตฟอร์ม หากอัตราดอกเบี้ยเป็นติดลบซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยข้ามคืนให้แก่บริษัท ส่วนอัตราดอกเบี้ยเป็นค่าบวกซึ่งบริษัทจะต้องจ่ายดอกเบี้ยข้ามคืนให้แก่ลูกค้า

คำตอบ: ทองคำ โลหะเงิน น้ำมันดิบสหรัฐ น้ำมันดิบอังกฤษและดัชนีบางส่วน สูตรการคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน = จำนวนล็อต * ค่าธรรมเนียมข้ามคืนตามมาตรฐาน * จำนวนวัน
ตัวอย่างเช่น: ลูกค้ากำลังเปิดออเดอร์ซื้อทองคำ 2 ล็อตข้ามคืน ดอกเบี้ยข้ามคืน = – 5.46 USD * 2 ล็อต * 1 วัน = -10.92 USD ผลที่ได้คือค่าลบซึ่งหมายถึงลูกค้าต้องจ่าย 10.92 USD ดังนั้นดอกเบี้ยข้ามคืนจะถูกพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยบนแพลตฟอร์ม หากอัตราดอกเบี้ยเป็นค่าติดลบซึ่งลูกค้าจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ย ส่วนอัตราดอกเบี้ยเป็นค่าบวกซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยจากบริษัท

คำตอบ: หนึ่งสัปดาห์จะคำนวณดอกเบี้ย 7 วันตามวิธีปฏิบัติของธนาคารระหว่างประเทศ เมื่อทำการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ วันที่มีการส่งมอบจะเป็นอีกสองวันถัดไป (T + 2) คิดดอกเบี้ย 1 วันในวันจันทร์ วันอังคาร วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ส่วนจะมีการคิดดอกเบี้ย 3 วันในวันพุธ

คำตอบ: ตามแนวทางในการปฏิบัติของธนาคารระหว่างประเทศ เมื่อทำการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ วันที่มีการส่งมอบจะเป็นอีกสองวันถัดไป ตัวอย่างเช่น มีการตกลงซื้อขายกันในวันจันทร์ วันที่มีการส่งมอบจะเป็นวันพุธ
วันจันทร์: ดอกเบี้ยข้ามคืน 1 วัน หมายถึง การเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันอังคาร วันที่คิดบัญชีคือวันพุธถึงวันพฤหัส เพราะฉะนั้นทางระบบจะจ่าย / เก็บดอกเบี้ยเป็นจำนวน 1 วัน
วันอังคาร ดอกเบี้ยข้ามคืน 1 วัน หมายถึง การเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่วันอังคารจนถึงวันพุธ วันที่คิดบัญชีคือวันพฤหัสถึงวันศุกร์ เพราะฉะนั้นทางระบบจะจ่าย / เก็บดอกเบี้ยเป็นจำนวน 1 วัน
วันพุธ ดอกเบี้ยข้ามคืน 1 วัน หมายถึง การเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่วันพุธจนถึงวันพฤหัสบดี วันที่คิดบัญชีคือวันศุกร์ถึงวันจันทร์ เพราะฉะนั้นทางระบบจะจ่าย / เก็บดอกเบี้ยเป็นจำนวน 3 วัน
วันพฤหัส ดอกเบี้ยข้ามคืน 1 วัน หมายถึง การเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันศุกร์ วันที่คิดบัญชีคือวันจันทร์ถึงวันอังคาร เพราะฉะนั้นทางระบบจะจ่าย / เก็บดอกเบี้ยเป็นจำนวน 3 วัน
วันศุกร์ ดอกเบี้ยข้ามคืน 1 วัน หมายถึง การเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันจันทร์ วันที่คิดบัญชีคือวันอังคารถึงวันพุธ เพราะฉะนั้นทางระบบจะจ่าย / เก็บดอกเบี้ยเป็นจำนวน 1 วัน

คำตอบ: ตามแนวทางในการปฏิบัติของธนาคารระหว่างประเทศ เมื่อทำการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ วันที่มีการส่งมอบจะเป็นอีกสองวันถัดไป ดอกเบี้ยค้างคืนจะคำนวณในวันส่งมอบซึ่งเปิดออเดอร์ที่ค้างไว้ในวันพุธถึงวันพฤหัสบดีและวันส่งมอบคือวันศุกร์ถึงวันจันทร์ถัดไป ดังนั้นผลิตภัณฑ์ฟอเร็กซ์ทั้งหมดจำเป็นต้องคำนวณดอกเบี้ย 3 วันสำหรับเปิดออเดอร์ที่ค้างคืนไว้ในวันพุธ ในกรณีการทำธุรกรรมสกุลเงินที่เกี่ยวข้องเจอวันหยุดที่สำคัญสำหรับประเทศนั้นจะถูกคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืนในวันหยุดเช่นกัน

คำตอบ: ใช่ ทางบริษัทเราจะคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืนแม้ว่าคำสั่งซื้อขายของท่านจะถูกดำเนินการ Hedging อยู่หรือก็ตาม

คำตอบ: ดอกเบี้ยข้ามคืนจะถูกชำระในช่วงเวลาฤดูร้อน 04.00น (GMT+1 22:00) ต่อวันหรือในช่วงเวลาฤดูหนาว 5:00 (GMT+1 23:00) ต่อวันและจะปรากฏในช่อง “Swap” ในแพลตฟอร์มซื้อขาย MT4 และจะส่งผลกระทบต่อปริมาณ “Equity” ของบัญชีพร้อมกันและหลังจากออเดอร์ถูกปิด ค่า Swap จะถูกเพิ่มหรือหักออกจาก”Balance” ในบัญชี

คำตอบ: เมื่อมีการเทรดผลิตภัณฑ์ดัชนีหุ้นแบบ Spot (CFD)ท่านลูกค้าจำเป็นต้องรู้ว่าผู้ถือหุ้นเป็นส่วนประกอบในดัชนีหุ้นนั้นมีการจ่ายเงินปันผลและมีการชำระบัญชีเมื่อตลาดปิด (แพลตฟอร์มการซื้อขาย MT4 / เวลาของเซิร์ฟเวอร์) สำหรับออเดอร์ที่เปิดอยู่ในบัญชีเทรดของท่านลูกค้าหลังจากหักภาษีที่สอดคล้องจะมีการเก็บหรือการจ่าย (หมายเหตุ: ดัชนีหุ้นCFDแบบฟิวเจอร์สไม่อยู่ในหลักเกณฑ์สำหรับเงินปันผลนี้)

คำตอบ:
การคำนวณรายได้จากเงินปันผลสำหรับออเดอร์ซื้อของดัชนีหุ้นมีดังนี้:
รายได้จากเงินปันผล = เงินปันผลจากหุ้นที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี (ตามทุกสัญญา) × จำนวนล็อต × ขนาดสัญญา
การคำนวณการจ่ายเงินปันผลสำหรับออเดอร์ขายของดัชนีหุ้นคำนวณมีดังนี้:
การจ่ายเงินปันผล = เงินปันผลจากหุ้นที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี (ตามทุกสัญญา) × จำนวนล็อต × ขนาดสัญญา

คำตอบ: สมมติว่าลูกค้าบัญชี STP มีการเปิดออเดอร์ซื้อ HK50 0.01 ล็อตในวันที่ 9/24 และเปิดออเดอร์ค้างไว้จงผ่านตลาดปิดสำหรับ HK50 ในวันนั้น เนื่องจากวันที่มอบให้เงินปันผลคือ 9/25 จึงจำเป็นต้องอ้างอิงข้อมูลวันที่ 9/25 จากประกาศของเว็บไซต์ทางการ สมมติว่าข้อมูลเงินปันผลจากหุ้นที่เป็นองค์ประกอบในดัชนีในวันนั้นคือ 1.214 วิธีการคำนวณมีดังนี้:
1.214 (เงินปันผลจากหุ้นที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี) × 0.01 (จำนวนล็อต) × 50 (ขนาดสัญญา) = 0.607 ดอลลาร์ฮ่องกง สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยนคือ 7.8381 ซึ่งจะกลายเป็น 0.077 ดอลลาร์สหรัฐ การปัดเศษเป็น 0.08 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากลูกค้าเปิดออเดอร์ซื้อ ดังนั้นลูกค้าจะได้รับเงินปันผล 0.08 ดอลลาร์สหรัฐ