ข่าวสาร
สรุปข่าวสำคัญประจำวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2565 - ZFX

สรุปข่าวสำคัญประจำวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2565

16-08-2022 05:54

1.**แบงก์ชาติจีนเล็งใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม หลังลดดอกเบี้ย 
 

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลนิวส์ซึ่งเป็นสื่อในความดูแลของธนาคารกลางจีน (PBOC) รายงานในวันนี้ว่า จีนจำเป็นต้องประกาศใช้มาตรการมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากการฟื้นตัวในขณะนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอ และแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณถึงการชะลอตัว 
รายงานดังกล่าวระบุว่า จีนควรออกนโยบายใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวในกรอบที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ จีนควรมุ่งเน้นการเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ และรักษาระดับการจ้างงานและเงินเฟ้อให้มีเสถียรภาพ ซึ่งหากทางการจีนบังคับใช้นโยบายเหล่านี้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน 

นอกเหนือจากนโยบายการเงินแล้ว จีนควรใช้นโยบายกระตุ้นด้านการคลังเพิ่มอีก เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะเดียวกันการใช้นโยบายสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันการฟื้นตัวในด้านการผลิตและการอุปโภคบริโภค 

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลนิวส์คาดการณ์ว่า ธนาคารต่าง ๆ ของจีนอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ในเดือนนี้ หลังจาก PBOC ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวานนี้ (15 ส.ค.) 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า PBOC ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีน ลง 0.10% สู่ระดับ 2.75% เมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่เหนือความคาดหมาย และเกิดขึ้นไม่นานก่อนที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) จะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนก.ค.ที่อ่อนแอลง อันเนื่องมาจากการทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และโรคโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดในจีนขณะนี้ 

 
2.*ทองและน้ำมันปิดตัวร่วง หวั่นเศรษฐกิจจีนชะลอตัว 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันจันทร์ (15 ส.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ในวันพุธนี้ 
 

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 0.87% แตะที่ 106.5450 เมื่อคืนนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น 

สัญญาทองคำยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ทองคำในจีน หลังจากทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% และชะลอตัวลงจากเดือนมิ.ย.ที่มีการขยายตัว 3.1% 
 

ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ของจีนขยายตัวขึ้น 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.6% และชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6.2% 

นอกจากนี้ นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 ก.ค.ในวันพุธนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายยังคงแสดงความเห็นหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้มีสัญญาณว่าเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลง 

ในส่วนของสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 90 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (15 ส.ค.) โดยได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากแนวโน้มความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งอาจปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในตลาด 
 

สัญญาน้ำมันดิบถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 0.87% แตะที่ 106.5450 เมื่อคืนนี้ 

ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น 
 

ในขณะเดียวกัน ตลาดจับตาความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน โดยนายฮอสเซน อามีร์อับดุลลาฮีอาน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เรียกร้องให้สหรัฐแสดงความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ ด้านสหรัฐระบุก่อนหน้านี้ว่าพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านอย่างรวดเร็วตามข้อเสนอของ EU 
 

สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านและชาติมหาอำนาจสามารถบรรลุข้อตกลงบางส่วนในการเจรจารื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 โดยอิหร่านพร้อมยอมรับข้อเสนอจาก EU หากข้อเสนอดังกล่าวสามารถให้การค้ำประกันข้อเรียกร้องของอิหร่าน 

ทั้งนี้ อิหร่านต้องการให้มีการรับรองว่าผู้ที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในอนาคตจะไม่สามารถยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ หากอิหร่านและรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันให้การยอมรับข้อตกลงดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยจากการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2561 และมีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน 

บทวิเคราะห์ของธนาคารคอมมอนเวลธ์ระบุว่า ราคาน้ำมันจะดิ่งลงอย่างหนัก หากอิหร่านและชาติมหาอำนาจสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยอิหร่านจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มการส่งออก 1.0-1.5 ล้านบาร์เรล/วันภายในเวลา 6 เดือน 

3.*ธุรกิจรายย่อยของสหรัฐชี้เงินเฟ้อเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในปีนี้ 

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) ว่า เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงได้กลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญอันดับหนึ่งสำหรับธุรกิจรายย่อยในสหรัฐในปีนี้ 
รายงานระบุว่า ธุรกิจรายย่อยมากถึง 91% ระบุว่า “เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ หรือปานกลาง” ขณะที่ธุรกิจรายย่อยเกือบ 70% ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าเนื่องจากผกระทบของเงินเฟ้อ 

ขณะที่ผลสำรวจที่จัดทำโดยโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ธุรกิจรายย่อย 65% จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าในปีนี้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น 

นอกจากนี้ ผลสำรวจของโกลด์แมนแซคส์แสดงให้เห็นว่า เกือบ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐย่ำแย่ลงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา 

ข้อมูลอ้างอิง – infoquest /   Bloomberg / The Guardian / Irna news / the financial post 

#MarketNews #ZFX #ZFXThailand  #China #US #USD  #จีน #ดอกเบี้ย #ชะลอตัว #เงินเฟ้อ