ข่าวสาร
สรุปข่าวสำคัญประจำวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 - ZFX

สรุปข่าวสำคัญประจำวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565

11-08-2022 17:21

1.**สหรัฐกำลังทบทวนเก็บภาษีจีนอีกครั้ง หลังชนวนเหตุไต้หวัน 
 

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวันทำให้เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ จำเป็นต้องทบทวนแผนการจัดเก็บภาษีว่า จะยกเลิกภาษีบางส่วนหรือบังคับใช้มาตรการทางภาษีอื่น ๆ เพิ่มเติมกับจีน 
บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า คณะทำงานของปธน.ไบเดนพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะผ่อนคลายมาตรการด้านภาษีที่บังคับใช้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากจีน เพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น 

นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงแนวทางการยกเลิกการจัดเก็บภาษีบางรายการ โดยจะมีการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกครั้งตามมาตรา 301 รวมถึงขยายรายการสินค้าที่ยกเว้นภาษีเพื่อช่วยเหลือบริษัทของสหรัฐ ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนเท่านั้น 

ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ โดยแนวทางต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่มาตรการจัดเก็บภาษีทำให้บริษัทในสหรัฐต้องนำเข้าสินค้าจากจีนแพงขึ้น และทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การลดอัตราเงินเฟ้อลงก็เป็นเป้าหมายหลักของปธน.ไบเดนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.นี้ 

อย่างไรก็ดี การที่จีนได้ออกมาซ้อมรบเพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐหันมาทบทวนนโยบายอีกรอบ 

ทางด้านสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) อยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการจัดเก็บภาษีเป็นระยะเวลา 4 ปี ที่บังคับใช้สมัยของอดีตปธน.ทรัมป์เมื่อปี 2561 โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยคาดว่า การทำประชามติรับฟังความเห็นสาธารณะในขั้นสุดท้ายว่าจะยังคงมาตรการภาษีดังกล่าวไว้หรือไม่นั้นมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 23 ส.ค. นี้ 

ขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงานที่นำโดยกลุ่มยูไนเต็ดสตีลเวิร์กเกอร์ (United Steelworkers) ได้เรียกร้องให้ USTR ดำเนินการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจีนต่อไป เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการแข่งขันสำหรับแรงงานในสหรัฐและลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากจีน 

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ปธน.ไบเดนเองก็กังวลเรื่องการผ่อนปรนด้านภาษี สาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากแรงงาน ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค แต่จีนเองก็ไม่สามารถทำตามข้อตกลงในการซื้อสินค้าจากสหรัฐ ขณะที่ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะกำหนดกรอบเวลาว่า จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเมื่อใด 

2. * * ประธาน FED ซานฟรานซิสโกชี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าคุมเงินเฟ้อได้แล้ว 

นางแมรี ดาลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโกออกโรงเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศชัยชนะในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ 
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานในวันนี้ (11 ส.ค.) ว่า ความเห็นของนางดาลีมีขึ้น หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าที่คาด โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งช่วยคลายความวิตกให้กับประชาชนชาวอเมริกัน หลังเงินเฟ้อพุ่งขึ้นตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 

ในการสัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทม์สเมื่อวันพุธ (10 ส.ค.) นางดาลีไม่ตัดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนก.ย. ของเฟด อย่างไรก็ดี นางดาลีระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เป็นระดับพื้นฐานในมุมมองของเธอ 

“ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนก.ค. ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจคลายกังวลได้บ้าง แต่เงินเฟ้อยังคงสูงเกินไปและไม่ใกล้เคียงเป้าหมายราคาที่มีเสถียรภาพของเราแม้แต่น้อย” นางดาลีกล่าว 

นอกจากนี้ นางดาลียังยึดมั่นต่อมุมมองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายควรปรับขึ้นสู่ระดับต่ำกว่า 3.50% เล็กน้อยภายในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันอยู่ในกรอบ 2.25% -2.50% 

เงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงของสหรัฐอาจช่วยให้เฟดชะลอระดับการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายยืนยันว่าจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินจนกว่าจะสามารถควบคุมแรงกดดันด้านราคาได้อย่างเต็มที่ 

3.*ผอ.อวกาศยุโรปเตือนสภาพอากาศอาจรุนแรงกว่าวิกฤติพลังงานยุโรป 

นายโจเซฟ อัชบาเกอร์ ผู้อำนวยการองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้ออกมาเตือนว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากคลื่นความร้อนและภัยแล้ง ทำให้วิกฤติพลังงานยุโรปดูเป็นเรื่องเล็กน้อย พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยด่วน 

ทั้งนี้ นายอัชบาเกอร์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ภาวะคลื่นความร้อนยาวนานต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับไฟป่า แม่น้ำที่แห้งขอด และอุณหภูมิผืนดินที่สูงขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อภาคกสิกรรมและอุตสาหกรรมอื่น ๆ 
 

“ปัจจุบัน เรากังวลอย่างมากเกี่ยวกับวิกฤติพลังงาน จริง ๆ ก็ถูกต้อง แต่วิกฤตินี้เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่ามากและจำเป็นต้องจัดการอย่างรวดเร็วที่สุด” 

ความเห็นของนายอัชบาเกอร์มีขึ้นในขณะที่ภาวะคลื่นความร้อนและเหตุอุทกภัย สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก โดยไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 57,200 เฮกตาร์ในฝรั่งเศสในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าของค่าเฉลี่ยทั้งปี 
 

และในขณะเดียวกัน เม็ท ออฟฟิศ (Met Office) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศอังกฤษ ประกาศเตือน “คลื่นความร้อนรุนแรง” เป็นเวลา 4 วันในบางส่วนของอังกฤษและเวลส์วันนี้ โดยอุณหภูมิอาจพุ่งสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส เป็นอีกหนึ่งคลื่นความร้อนที่สร้างแรงกดดันให้ซัพพลายน้ำและบริการขนส่ง 

เม็ท ออฟฟิศได้ประกาศแจ้งเตือนระดับสีเหลือง ซึ่งเป็นระดับร้ายแรงอันดับ 2 รองจากระดับสีแดง และจะดำเนินไปจนถึงสิ้นวันอาทิตย์ (14 ส.ค.) และเตือนว่าผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออุณหภูมิที่สูงอาจเผชิญผลที่รุนแรงต่อสุขภาพได้ 

รายงานคาดการณ์ว่า อุณหภูมิอาจสูงสุดที่ 35 องศาเซลเซียส (95 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันศุกร์ (12 ส.ค.) และอาจสูงถึง 36 องศาเซลเซียสบางแห่งในวันเสาร์ (13 ส.ค.) 

เว็บไซต์ของเม็ท ออฟฟิศระบุว่า ข้อมูลพยากรณ์อากาศในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษและเวลส์ รวมถึงทางตะวันออกของไอร์แลนด์เหนือและสกอตแลนด์ จะ “มีแดดออก อากาศร้อน หรือร้อนมาก” ในวันนี้ 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังอังกฤษเผชิญเดือนก.ค. ที่แห้งแล้งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2478 โดยมีอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรก ทำให้เห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกครั้ง 

นอกจากนี้ ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปยังเผชิญคลื่นความร้อนแผดเผาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสบ่อยครั้ง 

ข้อมูลอ้างอิง – infoquest / Reuters /  Washington Post / Bloomberg / CNN / Financial post 

#MarketNews #ZFX #ZFXThailand #EU #GU #China #US #USD  #CPI #ยุโรป #Tax #จีน #ภาษี