minus academy faq plus academy faq Check in circle Apple Android Home Magnifer Calculator Mail Email Facebook Twitter RSS Linkedin Linkedin hollower Headphones Wechats Instagram Line Mail 2 Phone Phone 2 Minus Plus Arrow right Arrow left (variant 2) Arrow right (variant 2) Brand logo Brand logo not filled Hamburger Flag of the Hong Kong Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the China Flag of the China Flag of the China (traditional) Flag of the Taiwan Flag of the Hong Kong Flag of the Spain Flag of the Russia Flag of the France Flag of the German Flag of the Portugal Flag of the Italy Flag of the Poland Flag of the Czech Flag of the Hungary Flag of the Sweden Flag of the Bulgarian Flag of the Finland Flag of the Lithuania Flag of the Denmark Flag of the Croatia Flag of the Estonia Flag of the Norway Flag of the Romania Flag of the United Arab Emirates Flag of the United Arab Emirates Flag of the Indonesia Flag of the Malaysia Flag of the Korea Flag of the Korea Flag of the Samoa Flag of the Vietnam Flag of the Thailand Flag of the Turkey Flag of the Japan Cross Cross large User Arrow down Arrow up Cube Info list Data comunication Clock Slash
ข่าวสาร
FED ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% แล้วยังไงต่อ? - Zeal Capital Market

FED ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% แล้วยังไงต่อ?

17-06-2022 05:08

So, What’s next?

สัปดาห์นี้คงไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่าอีเว้นท์ที่นักลงทุนทั่วโลกจับมองนั่นคือ การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) เมื่อวานนี้ เวลา 01.00น. ตามเวลาบ้านเรา ซึ่งเป็นการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 จุด ถือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994  

คำถามคือ เราในฐานะนักลงทุนควรทำอย่างไรต่อไป? บทความนี้จะมาเล่ามุมมองการลงทุนต่อจากนี้ให้ฟังกันครับ 

เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 จุด (0.75%) เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 แต่เชื่อหรือไม่ว่านักลงทุนในตลาดบางส่วนอาจกลับกลายเป็นชอบใจ เพราะว่าเฟดทำตัวน่ารัก ว่านอนสอนง่าย เดาทางง่าย บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตกับนักลงทุนแบบชัดเจน ถือว่าค่อนข้างตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนในตลาด ซึ่งเอาจริงๆหลายคนก็พอรู้อยู่แล้วว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯสูงขนาดนี้ เฟดจะหนีไปไหนได้นอกซะจากต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยให้มากพอ เพื่อคุมเงินเฟ้อให้ไวที่สุด และการแถลงข่าวจากนาย เจอโรม พาวเวล ประธาน FED ในเมื่อคืนนี้ถือว่าชัดเจนในหลายๆประเด็นโดยเฉพาะ การยืนยันว่าเป้าหมายเดียวสำหรับธนาคารกลางในขณะนี้คือการต่อสู้กับเงินเฟ้อ 

และในตอนนี้เชื่อว่าทุกคนรับรู้ได้ว่าเรากำลังอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกไม่ค่อยดี มีเงินเฟ้อสูง ข้าวของแพง(มาก) ทำให้ในเชิงนโยบายการเงินสำหรับธนาคารกลางแล้วทางออกแรกคือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่จริงๆรู้หรือไม่ว่าในอีกแง่หนึ่ง หากแตะเบรคแรงไป (ขึ้นดอกแรงไป) อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่สวยได้ทันที  

หรือพูดอีกแบบก็คือตอนนี้เฟดกำลังพยายามพาฟองสบู่ก้อนนี้ที่ลอยจนจะหลุดชั้นบรรยากาศโลกอยู่แล้ว กำลังดึงลงมาลงจอดสู่พื้นให้ได้อย่างนิ่มนวลที่สุดโดยที่ฟองสบู่ “ไม่แตก” ระหว่างทางซะก่อน ซึ่งหมายถึงการเกิด “Recession” หรือเศรษฐกิจถดถอย นั่นเอง 

ถามว่าหลังจากนี้ FED จะยังไงต่อ? 

หลังจากนี้เฟดมีโอกาสจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อีกครั้งในรอบการประชุมหน้า(กรกฏาคม) และหลังจากนั้นจะขึ้นครั้งละ 0.5% จนถึง 0.25% ไปจนกว่าจะถึงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยที่ 3.4% ภายในสิ้นปีนี้ 

แล้วนักลงทุนอย่างเราควรทำอย่างไรต่อไป? 

แบ่งเป็น 2 กรณี  

1.ถ้าคุณคิดว่าตลาดฟื้นตัวได้ = ให้เริ่มเก็บของถูกได้แล้ว 

ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือ ตลาดสกุลเงินดิจิทัล จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วภาพใหญ่ยังเป็นแนวโน้มขาขึ้น แต่เมื่อมองเจาะเฉพาะแนวโน้มราคาในปีนี้ ก็จะพบว่าตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน แต่ถ้าคุณมองว่าตลาดหุ้นหรือคริปโทจะฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิดและการย่อตัวของราคานั้นก็มากพอแล้ว(ย่อตัวลงมามากกว่า70%จากจุดสูงสุด) ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์มีโอกาสลงมาปรับฐานก่อนขึ้นอีกครั้ง เสริมให้ตลาดหุ้นและตลาดสกุลเงินดิจิทัลฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ = คุณก็สามารถเริ่มทยอยลงทุนเพื่อเก็บของถูกเข้าพอร์ทได้ 

2.ถ้าคุณคิดว่าตลาดจะไม่ฟื้นตัว = เก็บเงินสดไว้นิ่งๆก่อน 

กลับกันกับแนวคิดข้างบน ถ้าคุณมองว่าเมื่อเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยขนาดนี้ โอกาสที่จะลงจอดแบบนุ่มนวลจะไม่เกิดขึ้นและฟองสบู่จะแตกกลางคัน หรือคุณคิดว่ายากที่ตลาดจะฟื้นทันทีในปีนี้เพราะแรงขายยังคงมีอยู่มาก และความกลัวของนักลงทุนในตลาดว่าจะเกิดวิกฤตก็ยังมาก ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นและตลาดสกุลเงินดิจิทัลร่วงลงไปมากกว่านี้อีก และมองว่าสกุลเงินดอลลาร์จะยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ไม่ปรับฐานลึก = สิ่งที่คุณควรทำก็คือ เก็บเงินสดไว้นิ่งๆก่อนปีนี้ เพราะ “Cash is King” คำนี้ใช้ได้ดีเสมอในช่วงตลาดกำลังแดงเดือด หรือเกิดวิกฤตขึ้น เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่เราตุนเงินสดไว้ให้มากที่สุดเพื่อรอซื้อของที่ถูกกว่าเดิมในวันที่ทุกคนอยากขาย(แต่ต้องมั่นใจว่าของดีด้วยนะก่อนซื้อ) 

ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ 

ZFX Thailand