CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เทรดก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจความเสี่ยงและ เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเราอย่างถ่องแท้แล้วเท่านั้น

ข่าวจากทางทรัมป์ว่าทางซาอุดีอาระเบียกับรัสเซียจะคุยและตกลงกันได้เพื่อยุติสงครามราคาน้ำมันฯบวกข่าวบวกทั้งจากทางซาอุฯและรัสเซียด้วย ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ทะยานขึ้นวันนี้ ถึงแม้จะยังคงเป็นแค่คำพูดโดยยังไม่มีความเป็นรูปธรรมใดๆ

ข่าวจากทางทรัมป์ว่าทางซาอุดีอาระเบียกับรัสเซียจะคุยและตกลงกันได้เพื่อยุติสงครามราคาน้ำมันฯบวกข่าวบวกทั้งจากทางซาอุฯและรัสเซียด้วย ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ทะยานขึ้นวันนี้ ถึงแม้จะยังคงเป็นแค่คำพูดโดยยังไม่มีความเป็นรูปธรรมใดๆ

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ การทำนายจากทำเนียบขาวว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากCOVID-19 มากถึงราว 100,000-240,000 คนได้กดดันให้มีแรงเทขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯลงมาตั้งแต่ต้นตลาด หลังการรายงานจากทางรัฐนิวยอร์คว่ามีผู้ติดเชื้อก้าวกระโดดทะลุ 75,000 คน อย่างไรก็ดี แรงขายเริ่มทุเลาลงบ้าง เมื่อดัชนีหุ้นสหรัฐฯเข้าใกล้บริเวณแนวรับที่เส้น 200 โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯได้ออกมาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์กัน และได้ส่งให้มีแรงช้อนซื้อดัชนีหุ้นสหรัฐฯกลับขึ้นไปได้บ้าง และได้กดให้ราคาทองรูดลงหลุดเส้น200ลงมาอีกครั้ง โดยตัวเลข ISM ก็ได้ออกมาแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์เช่นกัน และได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯให้ขึ้นต่อได้อีกบ้าง ก่อนจะโดนทุบลงอีกครั้ง เมื่อมีรายงานอัปเดตผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นอีก โดยเฉพาะในสหรัฐฯนั่นเอง บวกข่าวรายงานจากค่าย Bloomberg (ขาปั่นข่าวรายประจำ) ว่ามีรายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯว่าทางจีนมีการรายงานข่าวอันไม่เป็นความจริง ในที่นี้คือ การรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตต่ำกว่าความเป็นจริงนั่นเอง ต่อด้วยช่วงดึกหรือปลายตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้มีรายงานผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯก้าวกระโดดทะลุ 200,000 คน ได้กดดันดัชนีหุ้นสหรัฐฯต่อจนแพลมหลุดเส้น 200 ลงมาเล็กน้อยก่อนที่จะขึ้นไปยืนปิดเหนือได้ โดยราคาทองมีการเคลื่อนไหวแบบเหวี่ยงลง เหวี่ยงขึ้น ผ่านเส้น 200 เป็นว่าเล่น ก่อนที่จะยังคงกลับขึ้นไปยืนปิดเหนือเส้นดังกล่าวได้ สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ เริ่มกันแต่เช้าตรู่ของทางบ้านเรา โดยทางทรัมป์ได้ออกมาตอบสนองต่อข่าวที่มีการปล่อยออกมาจากสื่อตัวปั่นค่าย Bloomberg ว่าเขาไม่ได้ทราบเรื่องที่มีรายงานมาว่า ทางจีนได้ให้รายงานเท็จทางด้านผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากCOVID-19 ประมาณว่า ไม่ได้รับรายงานอะไรทำนองนี้จากหน่วยข่าวกรองแต่อย่างใด ซึ่งได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯให้ยืนเหนือเส้น 200ได้ต่อไป โดยมีข่าวหนุนเพิ่มจากที่ปรึกษาทางด้านสาธารณสุขประจำทำเนียบขาว โดยมีความก้าวหน้าในเรื่องวัคซีนต่อต้านCOVID-19 ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ดูเพิ่มเติม

รายงานผู้ติดเชื้อในรัฐนิวยอร์คของสหรัฐอเมริกาที่ได้ทะลุ 75,000 คน ได้ส่งให้มีแรงเทขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯกลับลงมาอีกครั้ง ซ้ำเติมด้วยการคาดการณ์จากทางทำเนียบขาวว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากCOVID-19 ถึงราว 100,000-240,000 คน

รายงานผู้ติดเชื้อในรัฐนิวยอร์คของสหรัฐอเมริกาที่ได้ทะลุ 75,000 คน ได้ส่งให้มีแรงเทขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯกลับลงมาอีกครั้ง ซ้ำเติมด้วยการคาดการณ์จากทางทำเนียบขาวว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากCOVID-19 ถึงราว 100,000-240,000 คน

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ข่าวบวกทางด้านบริษัท Johnson &Johnson จะเริ่มต้นทดลองวัคซีนในมนุษย์ได้ในเดือนกันยายนนี้ ได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯจากวันจันทร์ต่อเนื่องถึงต้นตลาดวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นด้วย จากการเห็นชอบกันทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับปูตินที่จะให้มีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเพื่อพยุงราคาน้ำมันฯ ถึงแม้ทั้งสองข่าวนี้ยังคงไกลจากความเป็นรูปธรรมดังที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว โดยตลาดได้เริ่มมีการเทข่ยทกำไรกลับลงมาบ้าง รวมถึงทองคำด้วย โดยมีข้อสังเกตุเพิ่มเติมด้วยเมื่อวานเป็นทั้งวันซื่อขายสุดท้ายของเดือนและไตรมาส อย่างไรก็ดี ตัวเลขสหรัฐฯ ได้ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ทั้งสองตัว และได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯให้ดีดกลับขึ้นไปอีกรอบ ก่อนที่จะถูกเทขายกลับลงมาอีกครั้งหลังรายงานข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อในรัฐนิวยอร์คทะยานขึ้นทะลุ 75,000 คน ส่งให้เกิดความวิตกกังวลกันอีก โดดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้ปิดการซื้อขายประจำไตรมาสที่เลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยทองก็ถูกเทขายลงด้วยเช่นกัน และได้รูดหลุดกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1592 ลงมาพร้อมทั้งปิดยืนยันที่ด้านล่างแบบจมกองเลือดเลยก็ว่าได้ โดยราคาน้ำมันดิบได้รูดกลับลงมาอีกระลอกหลังยังคงเป็นเพียงน้ำลายหรือภาษาทางการเรียกว่า Verbal Intervention สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ เปิดฉากมา ดัชนีหุ้นสหรัฐฯก็โดนทุบต่อทันที หลังข่าวทางทำเนียบขาวทำนายทายทักว่า จะมีผู้เสียชีวิตจากCOVID-19 ในสหรัฐฯถึงราว 100,000-240,000 คน และทรัมป์ได้กล่าวประมาณว่า สหรัฐฯจะเผชิญกับการปวดหัวอย่างยิ่งในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้านี้ แต่กลับส่งให้ราคาทองคำฟื้นขึ้นไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรปยังคงทะยานขึ้นอย่างมาก โดยสหรัฐฯยังคงครองอันดับหนึ่งซึ่งยากแก่การช่วงชิง กล่าวคือ มีผู้ติดเชื้อมากถึง 187,919 คนนับถึงวันอังคาร โดยอิตาลีครองแชมป์มีผู้เสียชีวิตมากสุด และคืนนี้จะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯ ที่สำคัญถึงสองตัว โดยทั้งคู่ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอลง จากผลกระทบของ COVID-19 นั่นเอง โดยเฉพาะในส่วนของตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ดูเพิ่มเติม

ข่าวการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับปูติน ที่จะให้มีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเพื่อพยุงราคาน้ำมันฯได้ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ดีดขึ้นบ้างหลังได้รูดลงต่ำสุดในรอบ 18ปี

ข่าวการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับปูติน ที่จะให้มีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเพื่อพยุงราคาน้ำมันฯได้ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ดีดขึ้นบ้างหลังได้รูดลงต่ำสุดในรอบ 18ปี

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นตลาดวันจันทร์จากข่าวรายงานผู้ติดเชื้อฯ ในสหรัฐฯพุ่งขึ้นทะลุ 100,000 คน และจากการที่ทรัมป์ประกาศยืดเวลาของสังคมออกห่างไปอีกจากวันที่ 12 เป็น 30 เมษายนนี้ ซึ่งในข่าวที่สองนี้ได้ฉุดราคาน้ำมันดิบฯลงมาด้วย ในขณะที่ถือเป็นทั้งข่าวลบและข่าวบวกในข่าวเดียวกัน ข่าวบวกถือว่าจะเป็นมาตรการสะกัดกั้นการแพร่ระบาดของCOVID-19 อย่างไรก็ดีในช่วงเย็นใกล้ค่ำก็มีข่าวบวกออกมา โดยทางบริษัท Johnson &Johnson จะเริ่มทดลองวัคซีนในมนุษย์ได้ในเดือนกันยายนนี้ ข่าวประเภทนี้มีมาบ่อยๆแต่หลายข่าวขาดการยืนยันอย่างเป็นทางการ และถ้าคิดอีกอย่าง กันยายนนี้ก็ยังดูไกลพอสมควร แต่ดูเหมือนดัชนีหุ้นสหรัฐฯจะตอบสนองต่อข่าวดีได้มากขึ้น กถือเป็นปัจจัยบวกทางเทคนิคด้วย ในขณะที่ราคาทองคได้เคลื่อนไหวในลักษณะของการพักตัวออกด้านข้าง โดยไม่ใช่เพราะการซื้อขายเบาบางทำให้สเปรดกว้าง แต่อาจกลับกันโดยสเปรดกว้างทำให้การซื้อขายเบาบาง โดยภาพรวม $ กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ตัวเลขดัชนีภาคการผลิตของจีนหรือ PMI ได้ออกมาแข็งแกร่งเกินการคาดการณ์และกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 50.0ได้อีกครั้งอย่างเหนือความคาดหมายและมีส่วนหนุนบรรยากาศของตลาดหุ้นโดยรวม ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบฯฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้บ้างหลังข่าวว่า ทางสหรัฐฯกับรัสเซียเห็นชอบที่จะให้มีการพูดคุยกันในเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันฯนั่นเอง อย่างไรก็ดี ก็มีข่าวประมาณนี้จากทางทรัมป์ออกมาบ่อยๆช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันดิบรูดลงอย่างมาก โดยล่าสุดก็ได้รูดลงไปต่ำสุดในรอบ 18ปีแล้ว โดยยังคงไม่มีความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยเฉพาะข่าวล่าสุดนี้ก็ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนออกมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐฯและยุโรปก็ยังคงขยับขึ้นอย่างมาก ถึงแม้ตลาดจะได้ซึมซับข่าวเช่นนี้ไปพอสมควรแล้ว โดยค่ำคืนนี้ก็จะเริ่มมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯอุ่นเครื่องกันก่อนหน้าตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯในวันศุกร์ที่นักลงทุนทุกท่านไม่ควรพลาด และอาจจะมีการ Live on Facebook ให้ติดตามกันเหมือนเคย หลังจากเงียบหายไปนานจากพิษของCOVID-19 ซึ่งทำให้เกิดการ Work ดูเพิ่มเติม

ยอดผู้ติดเชื้อCOVID-19ในสหรัฐฯที่พุ่งทะลุ 100,000 ได้กดดันดัชนีหุ้นสหรัฐฯต่อในช่วงต้นตลาดวันจันทร์

ยอดผู้ติดเชื้อCOVID-19ในสหรัฐฯที่พุ่งทะลุ 100,000 ได้กดดันดัชนีหุ้นสหรัฐฯต่อในช่วงต้นตลาดวันจันทร์

สรุปภาพรวมตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับลงในลักษณะคล้ายการพักตัวหลังสภาสูงได้ผ่านแผนการกระตุ้นฯครั้งประวัติศาสตร์แต่ทว่าได้ซึมซับไปแล้ว โดยตัวเลขสหรัฐฯ ยังคงไม่มีอิทธิพลต่อตลาดมากนัก โดยตลาดยังคงสับสนอยู่กับสถานการณ์ของ COVID-19 กับผลกระทบต่อตลาดหรือโปรดักส์ต่างๆ โดยในช่วงดึกสภาล่างได้ผ่านแผนกระตุ้นฯเช่นกัน แต่ไม่น่ามีใครไม่คาดคิดไว้  จึงถือเป็นผลดีต่อตลาดหรือข่าวบวกเพียงเล็กๆ โดยช่วงปลายตลาด ตลาดกลับสนองต่อข่าวลบมากกว่า โดยรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมากกว่า 100,000 ได้กดดันใหม่ แรงขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลงมา ในขณะที่ราคาทองคำได้มีการพักตัวออกด้านข้างดังที่ได้ข้อมูลไว้แล้ว สรุปภาพรวมตลาดสัปดาห์นี้ ส่วนในสัปดาห์นี้ ก็จะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐที่สำคัญๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันศุกร์ กล่าวคือ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯซึ่งถูกคาดการณ์ว่า จะอ่อนแอลงค่อนข้างมากเป็นปรกติจากพิษของ COVID-19 แต่ผลต่อตลาดนั้นจะยากคาดเดา โดยได้เกริ่นไปล่วงหน้าแล้ว แต่เข้าใจว่ายากที่จะเข้าใจเพราะเป็นหลักสูตรขั้นสูงมาก โดยข่าวหรือสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของCOVID-19ยังคงต้องติดตามต่อ เพียงแต่ให้มองหาจุดที่เลวร้ายที่สุด สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ รายงานยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯที่พุ่งขึ้นอย่างมาก บวกการที่ทรัมป์กลับลำ จากที่จะให้ธุรกรรมทางธุรกิจกลับมาดำเนินตามปรกติ เป็นยืดต่อสังคมออกห่างไปถึง 30 เมษายนจากเดิมที่ 12 เมษายน ซึ่งได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯรูดลงต่อในช่วงต้นตลาด และกดดันราคาน้ำมันดิบฯ โดยทางซาอุฯ ยังคงดำเนินสงครามราคากับรัสเซียต่อไป และคืนนี้ก็จะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯ ด้วย โดยการคาดการณ์เดาได้ไม่ยาก กล่าวคือ ไม่ดี หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล ดูเพิ่มเติม

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19ในสหรัฐฯได้พุ่งขึ้นอย่างมากและแซงจีนและอิตาลีขึ้นเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลกไปแล้ว

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19ในสหรัฐฯได้พุ่งขึ้นอย่างมากและแซงจีนและอิตาลีขึ้นเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลกไปแล้ว

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ เริ่มต้นกันด้วยข่าวดีทางด้านสหรัฐฯโดยสภาสูงได้มีมติผ่านร่างแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าสองล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่ามากสุดในประวัติศาสตร์ ถึงแม้ตลาดจะได้ซึมซับข่าวไปบ้างแล้ว เข้าสู่ตลาดอเมริกา ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในสหรัฐฯ ได้ออกมาสูงเกินการคาดการณ์อย่างมาก และถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ (3,283K)  ได้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำขึ้นต่อหลังการดีดขึ้นตามปัจจัยทางเทคนิคและได้ทำนิวไฮของการขึ้นรอบนี้ด้วยในขณะที่ส่งให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯโดยรวมอ่อนค่าลงอีก อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นสหรัฐฯกลับทะยานขึ้นหลังการปรับย่อลงทางเทคนิคโดยได้ข่าวหนุนเพิ่มจากทางหัวหน้าที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาว (Larry Kudlow) โดยเขาได้กล่าวว่า งบการกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของ COVID-19 อาจสูงถึง $6 T หรือ หกล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบได้ปรับลงหลังแผนกระตุ้นฯไร้ร่องรอยของงบสนับสนุนราคาน้ำมันฯตามที่ทรัมป์ได้เคยเปรยไว้ ในขณะที่สงครามราคาระหว่างซาอุฯกับรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป โดยยังไม่มีสัญญาณของการเจรจาสงบศึก อย่างไรก็ตาม ใสช่วงท้ายตลาด ราคาทองได้มีการปรับลงพอสมควรจากแรงเทขายทำกำไรโดยมีสัญญาณภาพลบเล็กๆกดดัน (Bearish Divergence) บนกราฟรายสี่ชั่วโมง สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ก็จะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯส่งท้ายสัปดาห์กัน กล่าวคือ ตัวเลขรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล รวมไปถึงตัวเลขที่เฟดโปรดปรานในการใช้ดูแนวโน้มเงินเฟ้อ (Core PCE YoY) ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะปรับสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ใต้เป้าหมายเงินเฟ้อของเฟด เพียงแต่ถ้าออกมาสูงมากอาจทำให้เฟดปวดหัวพอสมควร เพราะสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือ เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง แต่เงินเฟ้อกลับปรับสูงขึ้น อีกตัวส่งท้ายก็คือ ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคสำรวจที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งถูกคาดการณ์ว่า จะต่ำลงถึงแม้จะไม่มากเท่าไหร่ แต่คงต้องรอติดตามกันดูครับ ส่วนข่าวดีในเรื่องของCOVID-19ยังคงไม่เห็นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ข่าวร้ายโดยเฉพาะสำหรับสหรัฐฯ นั้นมี กล่าวคือ ยอดผู้ติดเชื้อฯในสหรัฐฯได้แซงจีนและอิตาลี ดูเพิ่มเติม

ในที่สุดสภาสูงสหรัฐฯได้ผ่านร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฯวงเงิน สองล้านล้านเหรียญสหรัฐฯไปเรียบร้อยด้วยมติเป็นเอกฉันท์ 96:0 และส่งต่อไปยังสภาล่างฯ ซึ่งดัชนีหุ้นสหรัฐฯได้ซึมซับข่าวไปเรียบร้อยแล้ว

ในที่สุดสภาสูงสหรัฐฯได้ผ่านร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฯวงเงิน สองล้านล้านเหรียญสหรัฐฯไปเรียบร้อยด้วยมติเป็นเอกฉันท์ 96:0 และส่งต่อไปยังสภาล่างฯ ซึ่งดัชนีหุ้นสหรัฐฯได้ซึมซับข่าวไปเรียบร้อยแล้ว

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นโดยรวมได้ข่าวบวกหนุนจากการคาดการณ์ที่ทำเนียบขาวกับสภาฯจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในร่างแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในขณะที่ราคาทองได้เคลื่อนไหวในลักษณะการพักตัวออกด้านข้างหลังการปรับขึ้นก่อนในช่วงต้นตลาด อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายตลาด ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้ถูกเทขายลงมาค่อนข้างแรง ไม่ใช่เพียงการเทขายทำกำไรจาก Buy on rumor sell on fact ดังที่ได้บอกให้ทราบแล้ว แต่มาจากท่าทีของวุฒิสมาชิก ( นาย Bernie Sanders) ที่จะยับยั้งร่างดังกล่าว ซึ่งเป็นข้ออ้างของการรูดลงของดัชนีหุ้นสหรัฐฯในช่วงปลายตลาด แต่ในความเป็นจริงที่ถูกปกปิดก็คือ เหตุผลอย่างที่ได้บอกให้ทราบนั่นเอง เพราะลำพังนาย Sanders เองจะมีน้ำยาอะไร ล่าสุดคะแนนเสียงก็ได้แผ่วลงเป็นรองนาย Biden เยอะ สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ก็เป็นไปตามการคาดหวัง คาดการณ์ของตลาด โดยทางสภาสูงได้ผ่านร่างแผนกระตุ้นฯ ครั้งใหญ่มโหฬารเป็นประวัติการณ์ด้วยมติท่วมท้น 96:0 แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ดีดขึ้นรับข่าวแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดการณ์หรือที่ได้บอกให้ทราบไปแล้ว ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายๆประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะในยุโรปเช่น สเปน เป็นต้น รวมถึงทางสหรัฐฯ ด้วย โดยคืนนี้ก็ยังจะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯ ที่น่าติดตาม โดยเฉพาะตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ซึ่งถูกคาดการณ์ว่า จะพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เลย หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล ดูเพิ่มเติม

ความคาดหวังที่ร่างแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะผ่านความเห็นชอบของสภาในที่สุดได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งและมากสุดนับตั้งแต่ปี 1933

ความคาดหวังที่ร่างแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะผ่านความเห็นชอบของสภาในที่สุดได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งและมากสุดนับตั้งแต่ปี 1933

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ในขณะที่ตลาดและนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ตลาดหุ้นหรือดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กลับได้ปรับขึ้นและขึ้นมากสุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 1933 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดหวังว่าร่างแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯจะผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ประกอบกับยาแรงของเฟดได้ช่วยคลายคลามวิตกเรื่องสภาพคล่องฯ รวมไปถึงข่าวที่ทางสหรัฐฯกับซาอุฯจะมีความร่วมมือกันเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบหลังสงครามราคาระหว่างซาอุฯ กับรัสเซีย ถึงแม้ข่าวนี้ยังขาดความเป็นรูปธรรม การเคลื่อนไหวของตชาดดูเหมือนจะเป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยภาพรวมทั้งดัชนีหุ้นสหรัฐฯ USD/JPY และราคาทองคำล้วนปรับขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ดูปรกติเท่าไหร่ แต่ในสถานการณ์วิกฤติปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่วิกฤติที่ได้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เช่นกัน สาเหตุหนึ่งอาจมาจากความรู้สึกอารมณ์ของตลาดที่ค่อนข้างหวั่นไหว ซึ่งเราจะได้เจอทั้งคำว่า Panic และ Emotional Trade อย่างไรก็ดี ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่สามารถเข้าลงทุนได้ เพียงแต่ด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทวงคืนจากสเปรดในการซื้อขายทองคำที่กว้างมากเกินปรกติ โดยถูกอ้างกันว่า เป็นเพราะตลาดที่มีสภาพคล่องน้อยมากหรือเขาใช้คำว่า Extremely low liquidity โดยในรายละเอียดยิ่งทำให้น่าสงสัย แต่ส่วนตัวไม่ได้สงสัยอะไร โดยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปรกตินี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานหลังวันก่อนหน้าที่ราคาทองก้าวทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากข่าวเฟดและได้เกิดการแตกหักทางด้านบนหรือที่เรียกกันว่า Upside Breakout และถือเป็นการกลับตัวจากทางด้านล่างด้วย จึงทวีกำลังมากขึ้น จึงต้องตามทวงคืนในวันถัดไป สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯได้มีการปรับลงก่อนในช่วงต้นตลาด และหลังจากการฝนแป่กสักพัก ก็มีการดีดขึ้นอีกระลอกซึ่งก็ถือเป็นปรากฏการณ์ทางเทคนิคที่ไม่น่าแปลกใจอะไร และยังคงได้ข่าวช่วยหนุนว่าทางทำเนียบขาวกับสภาฯได้บรรลุข้อตกลงกันได้ เรื่องอย่างนี้ก็ได้บอกกันไปแล้ว ว่าเป็นการเมือง ในกรณีนี้ก็คือ เกมส์การเมืองเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียง แต่ทางด้านทองคำนั้นต่าง โดยราคาทองคำได้ขึ้นถือเป็นวันที่สามแล้ว อีกอย่างได้ปรับขึ้นก่อนทำนิวไฮแล้วด้วย ส่วนในวันนี้ก็จะยังมีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯกล่าวคือ ดูเพิ่มเติม

ข่าวเฟดจะอัด QE ไม่อั้นหนุนราคาทองคำทะยานขึ้นในการซื้อขายเมื่อวานต่อเนื่องวันนี้

ข่าวเฟดจะอัด QE ไม่อั้นหนุนราคาทองคำทะยานขึ้นในการซื้อขายเมื่อวานต่อเนื่องวันนี้

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ข่าวการแพร่ระบาดรุนแรงทั่วโลกของ COVID-19  ในช่วงเสาร์อาทิตย์ และการที่สภาสูงไม่ผ่านร่างกระตุ้นฯได้กดดันดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กระทบต่อตลาดหุ้นอื่นๆ  โดยรวมในช่วงต้นตลาดวานนี้ อย่างไรก็ดีก่อนหน้าตลาดอเมริกาเพียงเล็กน้อยหรือประมาณหนึ่งทุ่มตามเวลาประเทศไทย  ทางเฟดได้ออกมาสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอีกครั้ง  โดยตั้ง QE แบบไม่อั้นเท่าที่มีความจำเป็น เรียกว่า เกกันหมดหน้าตัก  ซึ่งก็ถือเป็นข่าวบวกต่อดัชนีหุ้นสหรัฐฯ บ้าง  ในขณะที่อยู่ที่ด้านล่างก่อนข่าวประกาศ และในขณะเดียวกันถือเป็นข่าวบวกต่อทองและกดดันค่าเงิน $ ในขณะที่ภาพทางเทคนิคของทองเกื้อหนุนด้วยดังที่ได้กล่าวไปในบทความเมื่อวานนี้   ผลบวกต่อตลาดหุ้นนั้นยังคงไม่ยั่งยืน และกลับมีแรงเทขายเข้ามาอีกระลอกในชั่วโมงถัดไป โดยให้ข้อสังเกตุไว้เล็กน้อย คือ วิกฤติรอบนี้ต่างจากวิกฤติเศรษฐกิจทั่วๆไปที่เคยได้เกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ กล่าวคือ การแพร่ระบาดรุนแรงไปทั่วโลกนี้ทำให้มีการสูญเสียชีวิตซึ่งถือว่ามีค่าและความรุนแรงมากกว่าเศรษฐกิจ เศรษฐกิจที่ตกต่ำลงอาจกลับพลิกฟื้นขึ้นได้อีกเป็นธรรมดา แต่ชีวิตที่ได้สูญเสียไปนั้นยากที่จะกลับฟื้นคืนมาใหม่ได้  ตลาดจึงวิตกเรื่องนี้มากกว่า จึงต้องคอยติดตามสถานการณ์ของการแพร่ระบาดต่อ  ตลาดรอข่าวดีที่ยังมาไม่ถึง อาทิเช่น การแพร่ระบาดที่ลดลง การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ ถึงแม้เศรษฐกิจจะยังต้องได้รับผลกระทบต่อ แต่จุดนี้ คือ การผ่านความเลวร้ายสุด ทุกอย่างก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี ทีาได้เกริ่นไว้ว่า ใครน่ะแหล่ะที่จะเก็งหรือลงทุนได้ถูกจังหวะจริงๆหรือใกล้เคียง หรือภาษาการลงทุนที่ว่า Buy on worse case   อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นสหรัฐฯได้ฟื้นขึ้นอีกครั้งหลังมีความพยายามและข่าวออกมาว่า ทางสภาฯที่มีทั้งสองพรรคใกล้บรรลุข้อตกลงเต็มที ทำให้ตบาดเกิดความคาดหวังอีกครั้ง แต่และแล้วการโหวตในสภาสูงก็ยังคงล้มเหลวกล่าวคือ ยังไม่ผ่าน แต่ผลต่อตลาดโดยเฉพาะดัชนีหุ้นสหรัฐฯนั้น มีไม่มากแล้ว ดูเพิ่มเติม

สถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในหลายๆประเทศ เช่น อิตาลีและสหรัฐฯ เป็นต้น บวกร่างแผนการกระตุ้นที่ยังคงไม่ผ่านสภาสูงของสหรัฐฯ ได้กดดันตลาดหุ้นหรือดัชนีหุ้นสหรัฐฯอีกครั้ง โดยได้กดดันตลาดหุ้นอื่นๆทั้งในเอเชียอีกด้วย

สถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในหลายๆประเทศ เช่น อิตาลีและสหรัฐฯ เป็นต้น บวกร่างแผนการกระตุ้นที่ยังคงไม่ผ่านสภาสูงของสหรัฐฯ ได้กดดันตลาดหุ้นหรือดัชนีหุ้นสหรัฐฯอีกครั้ง โดยได้กดดันตลาดหุ้นอื่นๆทั้งในเอเชียอีกด้วย

สรุปภาพรวมตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางธนาคารกลางจีน(PBOC)ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย(LPR)ไว้ที่ระดับ 4.05% และได้ส่งให้ค่าเงิน USD/CNH รูดลง เป็นอานิสงส์ต่อค่าเงินสำคัญๆอื่นๆเมื่อเทียบกับ $ ด้วย  ในขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯได้ปรับขึ้นในช่วงต้นของตลาดด้วยจากมาตรการต่างๆที่ได้ทยอยออกมาของทั้งทางภาครัฐฯและธนาคารกลางสำคัญๆต่างๆ  และจากราคาน้ำมันดิบฯที่ได้ทะยานกลับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง  ดูเพิ่มเติม

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปรยจะเข้าแทรกแซงตลาดน่ำมันฯได้ช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 20%

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปรยจะเข้าแทรกแซงตลาดน่ำมันฯได้ช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 20%

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ มาตรการจากทางธนาคารกลางสำคัญๆของโลกที่ได้ทยอยออกกันมา  แสดงถึงความเอาจริงเอาจังและเป็นห่วงใยต่อผลกระทบของโลกจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ประกอบกับมาตรการจากทางภาครัฐฯด้วย  ซึ่งรวมไปถึงการใช้ยาแรง  กล่าวคือ  การปิดเมือง  ปิดประเทศ  เพื่อสะกัดการแพร่ระบาดฯ  ดูเพิ่มเติม