Trade to Win 2025
ยิ่งเทรด ยิ่งได้รับมาก รีบสะสมล็อตแล้วมาแลกของรางวัลกัน! ระยะเวลาโปรโมชัน (รูปแบบใหม่): 7 พฤศจิกายน 2568 - 26 กุมภาพันธ์ 2569
ธนาคารกลางจีนหรือ PBoC ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ลงอีก 0.20% ลงสู่ระดับ 3.85% และได้ช่วยหนุนค่าเงิน USD/CNH ได้บ้าง
สรุปภาพรวมตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ข่าวที่ยาของบริษัทยายักษ์ใหญ่ (Gilead) ได้ผลต่อการรักษาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ได้เพิ่มความหวังต่อตลาดและนักลงทุนโดยส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นทันทีเมื่อมีการเปิดการซื้อขาย โดยกดดันให้มีแรงเทขายทองคำลงมา และตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาสแรกของจีนที่ได้ออกมาอ่อนแอกว่าการคาดการณ์ได้ช่วยหนุนค่าเงิน USD/CNH อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นไม่มีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯ ที่สำคัญใดๆ โดยได้มีแรงเทขายทำกำไรกลับลงมาบ้างในดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ถึงแม้ในช่วงปลายตลาด แรงซื้อจะกลับเข้ามาโดยอิทธิพลจากข่าวก่อนหน้านั้น ในขณะที่ราคาทองคำได้รูดหลุดกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณเส้น 200 ลงมาและปิดยืนยันใต้เส้นดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ได้หลุดกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1708- ลงมาแล้ว โดยในช่วงเสาร์อาทิตย์ ได้มีรายงานข่าวว่า ทางรัฐบาลฯกับฝ่านค้านสหรัฐฯได้ใกล้บรรลุข้อตกลงในแผนการเพิ่มวงเงินกู้ให้แก่ธุรกิจขนาดย่อมอีก $370 B สรุปภาพรวมตลาดในสัปดาห์นี้ ส่วนในสัปดาห์นี้ นอกจากน่าจะมีข่าวดีที่ทางสภาสูงจะผ่านแผนเงินกู้ให้กับธุรกิจขนาดย่อมได้แล้วโดยเก็งกันว่าจะเป็นภายในวันจันทร์ ก็จะมีการประกาศตัวเลขสำคัญๆให้ติดตามกันพอสมควร ซึ่งแน่นอนโดยรวมถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอลงจากพิษของ COVID-19 โดยโดยรวมในหลายๆประเทศสำคัญๆก็จะเริ่มทยอยกลับมาเปิดในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งน่าสนใจและอาจเป็นโอกาสของการลงทุนที่ดี โดยเฉพาะตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในสหรัฐฯด้วย ซึ่งครั้งนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นน้อยลงพอสมควร สรุปภาพรวมตลาดในวันนี้ ส่วนในวันนี้ ทางธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยLPRลงจากระดับ 4.05% ลงสู่ระดับ 3.85% ซึ่งได้ช่วยหนุนค่าเงิน USD/CNH บ้าง ที่ใช้คำว่าบ้างเพราะมีการคาดการณ์กันไว้ล่วงหน้าแล้วหลังการที่ทาง PBoC ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลางสำหรับสถาบันการเงินไปก่อนหน้านี้ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล แสงรังษี ดูเพิ่มเติม
ข่าวความสำเร็จของยารักษาผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากบริษัทยายักษ์ใหญ่ชื่อ Gilead ได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทะยานขึ้นทันที
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ เริ่มต้นกันด้วยข่าวบวกโดยทรัมป์ได้มองว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID-19ในสหรัฐฯได้ผ่านพ้นจุดเลวร้ายไปแล้ว ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯปรับขึ้นจากใกล้บริเวณแนวรับ โดยเข้าสู่ตลาดอเมริกา ตัวเลขสหรัฐฯ ได้ออกมาค่อนข้างผสม แต่ก็ถูกมองว่าไม่ดี เมื่อดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับลงมาอีก โดยราคาทองได้ถูกเทขายทำกำไรกลับลงมาหลังการทะยานขึ้นไปในช่วงต้นของตลาดจนถึงตลาดยุโรป โดยในช่วงดึก ทางผู้ว่าการรัฐนิวยอร์คได้ออกมาประกาศเลื่อนการ Lock down ออกไปจากเดิมวันที่ 30 เมษายนเป็น 15 พฤษภาคมนี้ ส่งให้มีแรงเทขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลงมาอีกระลอก แต่ก็ยังคงยืนเหนือกรอบแนวรับสำคัญได้ และมีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยตลาดมองไปที่การที่ทรัมป์จะแถลงรายละเอียดของการกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นข่าวลบสำหรับทอง ตลาดหุ้นยังได้ปัจจัยหนุนจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีด้วยรวมไปถึงหุ้น Netflix ซึ่งได้ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ และส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯกลับขึ้นไปปิดในแดนบวกในช่วงท้ายตลาด สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ตั้งแต่เช้าตรู่รายงานข่าวว่าทาง บริษัทยายักษ์ใหญ่ได้ประสบความสำเร็จในยาที่ใช้รักษาผู้ติดเชื่อไวรัสโคโรน่า ได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯทะยานขึ้นทันทีหลังเปิดตลาด โดยถือเป็นข่าวลบกดดันทอง และในช่วงสายเล็กน้อยตัวเลขจีดีพีของจีนได้ออกมาอ่อนแอกว่าการคาดการณ์ ซึ่งได้ช่วยหนุนให้ค่าเงิน USD/CNH ปรับขึ้นโดยเป็นอานิสงส์โดยรวมต่อค่าเงิน $ ด้วย ในขณะที่ข่าวที่ทาง Boeing จะกลับมาเริ่มการผลิตเครื่องบินอีกครั้งในวันที 20 เมษายนนี้ได้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีต่อตลาดหุ้น แต่เป็นข่าวที่ทองไม่ชอบ อย่างไรก็ดี คืนนี้จะไม่มีการประกาศตัวเลขสหรัฐที่สำคัญใดๆและตลาดอาจเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยทางเทคนิคและจากข่าวก่อนหน้านี้ที่ได้แจ้งไป ถึงแม้สำหรับนักลงทุนก็คงต้องติดตามข่าวสารต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับ COVID-19 หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล แสงรังษี ดูเพิ่มเติม
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯยังคงสามารถยืนหยัดเหนือกรอบแนวรับสำคัญของขาขึ้นรอบนี้ได้ แม้ข่าวลบจะถาโถมเข้ามา บ่งบอกถึงสถานะของกระทิง
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ เริ่มต้นกันด้วยการเทขายทำกำไรในดัชนีหุ้นสหรัฐฯลงมา หลังข่าวทรัมป์จะหยุดให้เงินสนับสนุนแก่ WHO ต่อด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะกลาง (MLF) ลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากทางธนาคารกลางจีน(PBoC)ซึ่งได้ส่งให้ค่าเงิน USD/CNH ทะยานขึ้น โดยช่วยหนุนค่าเงิน$โดยรวม รวมถึงการที่ทาง IMF ได้แจงรายละเอียดของการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงอย่างมากจากพิษของ COVID-19 รวมไปถึงมุมมองในเชิงลบต่อราคาน้ำมันดิบฯจาก IEA โดยเข้าสู่ตลาดอเมริกา ตัวเลขยอดขายปลีกในสหรัฐฯได้ออกมาอ่อนแอกว่าการคาดการณ์เล็กน้อยแต่ก็ถือว่าเป็นการตกลงมากสุดเป็นประวัติการณ์และได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯปรับลงอีก นั่นรวมถึงตัวเลขทางภาคการผลิตในรัฐนิวยอร์คที่อ่อนแอสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ในขณะที่$ได้รับอานิสงส์จากการเป็นแหล่งพักพิงที่ปลอดภัย และจากข่าวบวกที่ผ่านมาในช่วงต้นวัน แต่ก็กลับปรับลงแบบกระทันหันในภาวะตลาดที่ผันผวน โดยถูกอ้างว่ามาจากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ(อายุ 10ปี)ได้ปรับลงอีกครั้ง โดยตลาดเข้าหาพันธบัตรฯที่ดูปลอดภัยกว่าหลังตัวเลขสหรัฐฯที่โดยรวมย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์กันไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการายงานผลประกอบของเหล่าธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯประจำไตรมาสแรก ที่ผลกำไรลดลงฮวบฮาบถึง 45%-46% ด้วย อันได้แก่ BoA,Goldman Sachs และ Citigroup เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลังข่าวร้ายทั้งหลายของวันได้ผ่านไป แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯยังคงสามารถต้านแรงขายและยังสามารถยืน้หนือกรอบแนวรับสำคัญได้ และส่งให้มีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้งหรือที่นีกค้าหลายท่านเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น Bargain Hunting โดยราคาทองยังคงสามารถต้านทานแรงขายและยืนเหนือนะดับกรอบแนวรับสำคัญของขาขึ้นรอบนี้ที่บริเวณ 1708-* แม้ถูกทดสอบหลายรอบจนนักลงทุนบางท่านใจไม่ดี ถอดใจไม่กล้าซื้อ สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ เริ่มต้นกันดีหน่อยหลังทรัมป์ได้ออกมากล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดพีคไปแล้ว ในขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้ยืนเหนือกรอบแนวรับสำคัญ ส่งให้มีแรงซื่อกลับเข้ามาอีกระลอกก่อนหน้าการประกาศตัวเลขที่กลายเป็นตัวเลขยอดฮิตในช่วงนี้กล่าวคือ ดูเพิ่มเติม
ธนาคารกลางจีนหรือ PBoC ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะกลางสำหรับสถาบันการเงินหรือ MLF ลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.95% และได้ส่งให้ค่าเงิน USD/CNH ทะยานขึ้นโดยส่งผลบวกโดยรวมต่อค่าเงิน $ ด้วย
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้เดินหน้าขึ้นอีกครั้งถึงแม้จะเป็นไปในลักษณะการสลับขึ้นลง โดยภาพรวม $ อ่อนค่าลงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน โดยตลาดยังคงคาดหวังว่าสหรัฐฯ และโลกจะกลับมาเปิดเพื่อทำธุรกิจกันต่อ โดยราคาทองคำได้ทะยานทำนิวไฮอีกครั้งจาก $ ที่อ่อนค่าลงโดยรวม โดยข่าวลบจากทาง IMF ซึ่งได้คาดการณ์เศรษฐกิจโลกว่าจะถดถอยลง 3.0% จากการคาดการณ์เดิมว่าจะเติบโตขึ้น 3.3% ในปีนี้ (2020) ก็ยังไม่ได้ต้านทิศทางของตลาดดังกล่าวข้างต้น ในทางกลับกัน หุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon กลับทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ รวมถึงหุ้น Tesla ซึ่งได้ทะยานขึ้นติดต่อกันสองวันถึง 28% โดยถูกอ้างว่านักค้าได้มองข้ามชอตผ่านสถานการณ์เลวร้ายของ COVID-19 ไปแล้ว ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบฯ ได้รูดลงต่อเนื่องหลังผลการประชุมกลุ่มโอเปคพลัส โดยยังมีเสียงคัดค้านจากทางด้านผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ต่อการเรียกร้องให้ปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อหนุนราคาน้ำมันฯ สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ เริ่มต้นกันไม่ดีนักเมื่อทรัมป์ประกาศจะงดส่งเงินสนับสนุน WHO หลังมีความไม่พอใจและมองว่า WHO เป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญเสียชีวิตของผู้คนมากมายโดยเฉพาะในสหรัฐฯในหลายๆประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางของผู้คนโดยเฉพาะจากจีน ซึ่งทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าลุกลามออกไปอย่าวรวดเร็ว ตามด้วยการที่ทาง PBOC ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะกลางสำหรับสถาบันการเงิน (MLF) ลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (2.95%จาก 3.15%) ซึ่งได้ช่วยหนุนค่าเงิน USD/CNH และเป็นชนวนหนึ่งในการส่งให้ค่าเงิน $ ดูเพิ่มเติม
ราคาทองได้ทะยานขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปีจากนโยบายที่ผ่อนคลายสุดๆของทางธนาคารกลางสำคัญๆทั่วโลก
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลงของกลุ่มโอเปคพลัส ยังคงไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นได้ ในขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้มีการปรับลงในช่วงต้นตลาดอเมริกาจากความกังวลในผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของสหรัฐฯ และ $ ที่ปรับลงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน ได้ช่วยหนุนราคาทองให้ทะยานขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี โดยปัจจัยหลักที่ได้ช่วยหนุนราคาทองนั้นมาจากการที่ธนาคารกลางสำคัญๆในหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐได้อัดฉีดเงินปริมาณมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บวกอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำสุดขั้วและยังคงจะต่ำอยู่ต่อไปจนกว่าสถานการณ์ COVID-19จะคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนและนักเก็งกำไรอาจมองสลับกันไประหว่างทองกับหุ้น ที่อาจชิงความเป็นที่ดึงดูดของเขา โดยตลาดเริ่มหันมาให้ความสนใจในผลประกอบการไตรมาสแรก และโดยความคาดหวังว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะถึงจุดสูงสุด สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ ตลาดเริ่มกลับมาเต็มอีกครั้ง แต่โดยยังคงไม่มีการประกาศตัวเลขที่สำคัญๆอะไรโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ฉะนั้นการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมอาจถูกครอบงำโดยการลงทุนตามปัจจัยทางเทคนิค ถึงแม้จะยังคงต้องติดตามข่าวและสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของ COVID-19 อีกสักระยะ ซึ่งหลายฝ่ายรวมถึงส่วนตัวมองว่า ใกล้ถึงจุด Peak เมื่อถึงจึดนั้น มาตรการต่างๆจากทางภาครัฐฯและธนาคารกลางสำคัญๆโดยเฉพาะสหรัฐฯก็จะหยุดการเพิ่มลง และนั่นจะเป็นบทพิสูจน์ตามทฤษฎีว่า ทองกับหุ้น อะไรจะโดดเด่นกว่ากัน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล แสงรังษี ดูเพิ่มเติม
ทางกลุ่มโอเปคพลัสสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในการลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลง ซึ่งได้ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบไว้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปภาพรวมตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดยังคงถูกครอบงำด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกของCOVID-19 โดยในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ข่าวการอัดฉีดวงเงินมหาศาลจากเฟด($2.3 T)เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบฯได้กระชากขึ้นจากข่าวปล่อยว่าทางกลุ่มผู้ค้าน้ำมันฯ(OPEC+)จะบรรลุข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อนที่จะมีแรงเทขายกลับลงมา โดยราคาทองได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเงิน$ที่อ่อนค่าลงโดยรวม ในขณะที่ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากCOVID-19ในสหรัฐฯได้ทะยานขึ้น โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีคลังกลุ่มอียูได้บรรลุข้อตกลงกันในที่สุดตามวงเงิน € 500 B ส่วนในวันศุกร์ ตลาดเบาบางเนื่องด้วยเป็นวันหยุดในหลายประเทศทั่วโลกกล่าวคือ Good Friday โดยมีเพียงตลาด FX ที่เปิดทำการปรกติ และมีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก ในช่วงเสาร์อาทิตย์ รายงานผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากCOVID-19 ยังคงไม่ได้ถึงหรือใกล้จุดเลวร้ายสุดดังที่ตลาดบางส่วนคาดหวังไว้ โดยสหรัฐฯนอกจากจะมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลกอย่างที่คงไม่มีประเทศไหนกล้าท้าชิง ยังได้ขึ้นครองเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดด้วย โดยการประชุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันฯได้ยืดเยื่อออกไปอีก หลังทางเม็กซิโกปฏิเสธที่จะลดกำลังการผลิตลงตามโควต้า จนต้องมีการประชุมฉุกเฉินขึ้นในคืนวันอาทิตย์ และสุดท้ายก็จบลงได้ โดยไม่ได้สูงกว่าการคาดการณ์เดิม ซึ่งจะมีรายละเอียดให้ในช่วง Facebook Live วันจันทร์ สรุปภาพรวมตลาดในสัปดาห์นี้ ส่วนในสัปดาห์นี้ ก็พอจะมีการประกาศตัวเลขสหรัฐที่สำคัญบ้าง เพียงแต่การคาดการณ์โดยรวมยังคงไปในแนวโน้มที่อ่อนแอลงจากพิษของCOVID-19 ตลาดจึงน่าจะซึมซับไปพอสมควรแล้ว โดยอย่างที่ได้บอกไปหลายต่อหลายครั้งว่า ตลาดได้มองหาจุดต่ำสุดหรือเลวร้ายสุดเพื่อเข้าลงทุนมากกว่า ซึ่งน่าจะสะท้อนออกมาที่ตลาดหุ้นเป็นตัวหลัก โดยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับCOVID-19ยังคงต้องติดตามต่อ รวมไปถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันฯด้วย สรุปภาพรวมตลาดในวันนี้ ส่วนในวันนี้ ในหลายๆประเทศโดยเฉพาะในยุโรปยังคงปิดทำการจากเทศกาลอีสเตอร์ ยกเว้นสหรัฐฯ แต่ก็จะไม่มีการประกาศตัวเลขสหรัฐที่สำคัญใดๆ ตลาดจึงคงค่อนข้างเบาบางมาก และอาจเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยทางเทคนิค โดยข่าวอะไรที่โผล่ออกมาอาจส่งผลกระทบต่อตลาดได้ในสภาวะที่ตลาดเบาบาง ดูเพิ่มเติม
ข่าวการประกาศถอนตัวเข้าชิงตำแหน่งตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสมัยหน้านี้ของนาย Bernie Sanders ได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ การประชุมระดับรัฐมนตรีคลังยูโรได้จบลงโดยใช้เวลายาวนานถึง 16 ชั่วโมงและยังคงไม่มีการบรรจุข้อตกลงในแผนกระตุ้นฯ และได้ส่งให้มีแรงเทขายเงินยูโรออกมา โดยอย่างไรก็ดี ยังไม่ถือว่าจะล้มเหลวไปเลย โดยคงยังมีความพยายามที่จะเจรจากันต่อ ทางด้านราคาน้ำมันดิบฯหลังการปรับขึ้นในช่วงต้นตลาดหลังการถูกเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า ก็ได้มีแรงเทขายกลับเข้ามาอีก โดยตลาดยังคงไม่แน่ใจในผลของการประชุมที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ แต่ยังคงสามารถยืนเหนือกรอบแนวรับที่บริเวณเส้น200ได้ ในขณะที่ถูกทดสอบถึงสามครั้ง โดยครั้งสุดท้ายหลังรายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบฯได้พุ่งขึ้นสอดคล้องกับรายงานตัวเลขทางภาคเอกชนก่อนหน้านี้ โดยทางด้านดัชนีหุ้นสหรัฐฯหลังถูกเทขายลงมาในวันก่อนหน้า เมื่อวานได้ฟื้นขึ้นโดยได้รับข่าวหนุนหลายด้าน โดยเริ่มจากทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับทางด้านสาธารณสุขประจำทำเนียบขาว ได้คาดการณ์ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเลวร้ายของ COVID-19 จะกลับมาดีขึ้นหลังสัปดาห์นี้(ถึงแม้ยังคงดูเลื่อนลอย) ต่อด้วยการประกาศถอนตัวจากการเข้าชิงตำแหน่งตัวแทนของทางพรรคเดโมแครตของนาย Bernie Sanders ซึ่งทำให้เต็งจ๋าตอนนี้ จะเป็นการช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสมัยหน้า ระหว่างทรัมป์กับ Joe Biden ในช่วงดึกมากหลัง FOMC Minutes ซึ่งทางเฟดยืนยันจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายฯไว้ที่ระดับใกล้ศูนย์จนกว่า จะผ่านวิกฤติ COVID-19 โดยการดีดกลับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาน้ำมันดิบฯได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯด้วยจากหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยตลาดยังคาดหวังการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลงอย่างมากหลังการประชุมกลุ่ม OPEC+ ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยราคาทองยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะของการพักตัวออกด้านข้างต่ออีกหนึ่งวัน โดยยังพอมีแรงเก็งกำไรเข้ามาบ้างเหนือกรอบแนวรับที่บริเวณ 1642-1640 โดยตลาดอาจรอข่าวและเหตุการณ์สำคัญๆในวันพฤหัสบดีนี้นั่นเอง สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ จะมีข่าวและเหตุการณ์สำคัญๆมากมาย และอาจถือได้ว่าสำคัญสุดๆในสัปดาห์นี้ โดยโฟกัสหลักคงหนีไม่พ้นการประชุมกลุ่มโอเปคพลัสนั่นเอง โดยล่าสุดยังคงคาดเดากันว่า อาจมีข้อตกลงที่จะร่วมกันปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลง ในช่วง 10-15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถ้าล้มเหลวหรือมีการปรับน้อยกว่าการคาดการณ์หรือต่ำกว่า 10 ดูเพิ่มเติม
ความกังวลของตลาดจากอุปทานน้ำมันฯที่ล้นตลาด กับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคพลัสที่พยายามจะดึงให้สหรัฐฯมีส่วนร่วมในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลงด้วย ได้กดดันให้มีแรงเทขายน้ำมันฯลงมาอีกวานนี้
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นอื่นๆที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุโรป ได้ปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยตลาดได้คาดหวังว่าการแพร่ระบาดทั่วโลกของ COVID-19 อาจถึงจุดเลวร้ายสุด หลังรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นลดลง โดยเฉพาะในที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง อาทิเช่น รัฐนิวยอร์คในสหรัฐฯ รวมถึงในอิตาลีและสเปน โดยจิตวิทยาตลาดนั้น นักลงทุนและหรือนักเก็งกำไรกำลังคาดการณ์จุดเลวร้ายสุดเพื่อเข้าลงทุนหรือกลับสู่ตลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ถือเป็นเรื่องปรกติที่จะไม่สามารถหรือควรเชื่อมั่นอย่างจริงจังกับรายงานข้างต้นเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ได้ส่งให้มีแรงเทขายทำกำไรกันลงมาบ้างในดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ประกอบกับความไม่แน่นอนที่กำลังเก็งกำไรกันอยู่ในเรื่องของน้ำมันดิบฯซึ่งได้ถูกจุดประกายโดยทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ก็ได้พูดชัดว่าไม่ได้หยิบยื่นข้อเสนอที่ทางสหรัฐฯจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือตามกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งข่าวต่างๆที่พรั่งพรูออกมาส่วนใหญ่แล้วจะเน้นความร่วมมือจากทางสหรัฐฯด้วย ซึ่งได้ส่งให้มีแรงเทขายน้ำมันฯลงมาอีก โดยการประชุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันฯนั้นจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9นี้ ข่าวรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่ทะยานขึ้นอีกครั้งในรัฐนิวยอร์คได้ช่วยเพิ่มแรงกดดันให้มีการเทขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯลงมาอีก จนจบการซื้อขายของวันในแดนลบ ในขณะที่ค่าเงิน EUR/USD นั้นได้ปรับขึ้นโดยภาพรวมแต่ส่วนหนึ่งก็มาจากการเก็งกำไรหรือคาดหวังในผลของการประชุมกลุ่มยูโร ว่าจะมีการคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาอีกเพื่อสู้กับสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในขณะที่ราคาทองมีการเคลื่อนไหวสลับขึ้นลงในลักษณะของการพักตัวออกด้านข้างทางเทคนิคหลังมีแรงเทขายอย่างค่อนข้างรุนแรงออกมาในช่วงต้นตลาดยุโรป สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ รายงานตัวเลขของการแพร่ระบาดของCOVID-19ได้กลับมาแย่ลงอีก โดยเฉพาะในยุโรป ถึงแม้ตลาดยังคงมีความคาดหวังในแผนการกระตุ้นฯจากทางยูโรโซน อย่างไรก็ดี จากผลการประชุมอันยาวนานถึง 16 ชั่วโมงไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตลาดได้คาดหวังหรือเก็งกำไรกันไว้ โดยยังคงไม่มีการบรรลุข้อตกลง ส่งให้มีแรงเทขายค่าเงินยูโรและดัชนีหุ้นสหรัฐฯเป็นต้น ลงมาอีก ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบฯได้ฟื้นขึ้นบ้างหลังถูกเทขายลงอย่างหนักเมื่อวาน โดยได้รับการอ้างว่า ตลาดยังคงคาดหวังผลการประชุมที่ดีของทางกลุ่ม OPEC+ ซึ่งถ้าดูจากการเคลื่อนไหวจริงๆทางเทคนิคแล้ว การปรับขึ้นในช่วงต้นตลาดวันนี้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป บ่งชี้ว่าเป็นแค่การซื้อคืนทำกำไรจากการขายลงมามากกว่า การซื้อคืนส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ตลาดยังคงรอดูท่าทีและผลของการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งน่าติดตามอย่างมาก ดูเพิ่มเติม
รายงานผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นลดลงจากCOVID-19 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ(รัฐนิวยอร์ค)รวมถึงในอิตาลีและสเปน ได้ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นในยุโรปรวมถึงเอเชียด้วย
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ได้ทะยานขึ้นตั้งแต่ต้นตลาดวันจันทร์รวมไปถึงตลาดหุ้นอื่นๆอย่างกว้างขวาง โดยได้รับข่าวบวกจากรายงานผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นลดลงในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างหนัก อาทิเช่น สหรัฐฯ (รัฐนิวยอร์ค) รวมถึงในยุโรปโดยเฉพาะในอิตาลีและสเปน ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบฯได้มีการรูดลงก่อนหลังการประชุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันฯ (OPEC +) ได้มีการเลื่อนออกไปจากหมายกำหนดการเดิมที่6เป็น9 อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบฯกลับมีการดีดกลับขึ้นหลังมีข่าวว่า ทางซาอุฯกับรัสเซียได้ใกล้มากๆที่จะบรรลุข้อตกลงกัน อย่างไรก็ดี ราราคาน้ำมันดิบฯยังคงพบแรงเทขายกลับลงมาอีก โดยยังคงความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก จากข่าวต่างๆที่พรั่งพรูออกมาทั้งที่เป็นทางการและข่าวปั่น(ไม่มีการอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ที่ให้ข่าวอย่างชัดเจน) ซึ่งค่อนข้างมีรายละเอียดของข่าวค่อนข้างมาก จึงไม่ขอลงรายละเอียดในที่นี้ สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ รายงานผู้ติดเชื้อฯ ยังคงไปในทิศทางบวกเพิ่มขึ้น ถึงแม้ยังคงไม่สามารถเชื่อมั่นได้เต็มที่นัก โดยเฉพาะในจีน ซึ่งไม่มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และตลาดหุ้นยังได้รับข่าวบวกจากการคาดการณ์ คาดหวังว่าในหลายประเทศจะมีการเพื่มมาตรการต่างๆออกมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันนี้ด้วย(เก็งกำไร) โดยคืนนี้ก็จะมีการประกาศตัวเลขเปิดรับสมัครงานภาคเอกชนสหรัฐฯซึ่งแน่นอนถูกคาดการณ์ว่า จะลดลงจากเดือนก่อนหน้าแต่ก็ไม่มากนัก จึงน่าติดตามดูเผื่อจะมีโอกาสของการเข้าลงทุนอย่างน้อยสั้นๆ กันได้ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ นาย ธนพล แสงรังษี ดูเพิ่มเติม
ทรัมป์ทำตัวเป็นคนกลาง และอ้างว่าได้พูดคุยกับทั้งซาอุฯและรัสเซีย แถมคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันฯลงถึง 10ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งได้ส่งให้ราคาน้ำมันดิบฯทะยานขึ้นมากสุดในหนึ่งวันเป็นประวัติการณ์
สรุปภาพรวมตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น 200 โดยได้รับข่าวหนุนจากการทรัมป์เหมือนจะออกมาปฏิเสธข่าวที่ได้รายงานจากสื่อค่าย Bloomberg (ขาปั่น)โดยเขาบอกว่าไม่รู้และไม่ได้รับรายงาน ข่าวดีหนุนเพิ่มจากที่ปรึกษาสาธารณสุขประจำทำเนียบขาวถึงความคืบหน้าทางด้านวัคซีน ส่วนทางด้านราคาน้ำมันฯ ได้ข่าวหนุนจากทรัมป์โดยเชื่อว่า ซาอุฯกับรัสเซียจะกลับมาคุยกันเพื่อยุติสงครามราคาน้ำมันฯภายในสองสามวัน บวกกับทางซาอุฯ และรัสเซียก็ได้มีท่าทีที่ผ่อนคลายลง เข้าสู่ตลาดอเมริกา ตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในสหรัฐฯ ได้ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์อย่างมากหรือเกือบดับเบิ้ล และได้ส่งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯปรับลงและหลุดเส้น200ลงมาในขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้นทะลุแนวต้านเมืองหน้าด่านที่บริเวณ 1600 ขึ้นไป อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังคงกัดไม่เลิก กล่าวคือ พยายามจะพยุงราคาน้ำมันฯ เหมือนมีโพสิชั่นซื้ออยู่ยังไงไม่ทราบ หลังราคาน้ำมันดิบมีสัญญาณที่จะปรับลง โดยเขาในฐานะตัวกลางได้บอกกับสื่อค่าย CNBC ว่าเขาได้พูดคุยกับทั้งเจ้าชายของซาอุฯ และปูติน และคาดว่า ทั้งสองจะร่วมมือกันและปรับลดกำลังการผลิตลงถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือถึง 15 ล้านบาร์เรลต่อวันด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนจากข่าวนี้ ย่อมส่งให้ราคาน้ำมันดิบฯทะยานขึ้นทันที ถึงแม้ทรัมป์จะไม่ได้รายละเอียดอะไรที่ชัดเจน โดยช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯด้วยให้พลิกฟื้นกลับขึ้นไปอีกครั้ง โดยไม่ได้มีผลต่อราคาทองเท่าไหร่นักหลังได้ทะลุแนวต้านเมืองหน้าด่านที่บริเวณ 1600 ขึ้นไปแล้ว หลังจากนั้นตลาดก็เคลื่อนไหวในลักษณะสับขึ้นลง โดยดัชนีหุ้นสหรัฐฯะราคาน้ำมันดิบฯมีการปรับลงมาบ้าง หลังทรัมป์เปรยว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ยื่นข้อเสนอในการปรับลดกำลังการผลิตฯ ด้วย (เอ้า) สรุปภาพรวมตลาดวันนี้ ส่วนในวันนี้ รายงานผู้ติดเชื้อฯและเสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นแบบยังไม่เห็นสัญญาณแผ่วลง และเป็นไปตามการคาดเดาได้ไม่ยากนัก ดังที่ได้บอกไปเมื่อวาน โดยมีผู้ติดเชื้อฯขึ้นสู่หลักล้านแล้ว (1,016,000คน) ดูเพิ่มเติม