minus academy faq plus academy faq Check in circle Apple Android Home Magnifer Calculator Mail Email Facebook Twitter RSS Linkedin Linkedin hollower Headphones Wechats Instagram Line Mail 2 Phone Phone 2 Minus Plus Arrow right Arrow left (variant 2) Arrow right (variant 2) Brand logo Brand logo not filled Hamburger Flag of the Hong Kong Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the US/GB Flag of the China Flag of the China Flag of the China (traditional) Flag of the Taiwan Flag of the Hong Kong Flag of the Spain Flag of the Russia Flag of the France Flag of the German Flag of the Portugal Flag of the Italy Flag of the Poland Flag of the Czech Flag of the Hungary Flag of the Sweden Flag of the Bulgarian Flag of the Finland Flag of the Lithuania Flag of the Denmark Flag of the Croatia Flag of the Estonia Flag of the Norway Flag of the Romania Flag of the United Arab Emirates Flag of the United Arab Emirates Flag of the Indonesia Flag of the Malaysia Flag of the Korea Flag of the Korea Flag of the Samoa Flag of the Vietnam Flag of the Thailand Flag of the Turkey Flag of the Japan Cross Cross large User Arrow down Arrow up Cube Info list Data comunication Clock Slash
ข่าวสาร
เมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี - Zeal Capital Market

เมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี

18-03-2022 14:45

ประเด็นหลักในสัปดาห์นี้คือเรื่องของการที่คณะกรรมการการเงินสหรัฐฯ(FOMC) ลงมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นจากระดับ 0.25% สู่ระดับ 0.50% (+0.25%) เรื่องนี้ส่งผลต่อสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆอย่างไร และเราควรเตรียมปรับแผนการลงทุนอย่างไรต่อจากนี้ ในโพสต์นี้จะสรุปให้คุณได้เข้าใจแบบง่ายๆ 

สาเหตุการขึ้นดอกเบี้ยคืออะไร? 

การที่ธนาคารกลางจะตัดสินใจขึ้นหรือลดดอกเบี้ยนโยบายนั้นมีปัจจัยหลักๆมาจาก 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ถ้าเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป หรือเงินเฟ้อมากเกินไป ก็ต้องลดความร้อนแรงด้วยการดึงเงินกลับผ่านการขึ้นดอกเบี้ย เพราะเมื่อขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้คนไม่อยากกู้เงินไปลงทุนหรือใช้จ่ายเพราะดอกเบี้ยแพง และทำให้คนอยากเอาเงินมาฝากไว้กับธนาคารมากขึ้นเพราะได้ดอกเบี้ยสูง ดังนั้นดอกเบี้ยจึงเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ธนาคารกลางใช้ในการควบคุมสภาวะการเงินและเศรษฐกิจของประเทศนั่นเอง 

ขึ้นดอกเบี้ยแล้วกระทบกับสินทรัพย์หลักๆที่เราเทรดอย่างไร? 

1.หุ้น/ดัชนีหุ้น 

ราคาหุ้นรายตัว หรือราคาดัชนีหุ้น ต่างก็คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะการขึ้นดอกเบี้ยนั้นกระทบกับต้นทุนทางการเงินของบริษัทอย่างเลี่ยงไม่ได้ และยิ่งบริษัทไหนมีหนี้เยอะ ก็ยิ่งลำบากเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเดิม บริษัทไหนที่วางแผนจะกู้ ก็อาจแตะเบรคเพราะดอกเบี้ยแพง และต่อให้บริษัทไหนไม่มีหนี้เยอะ หรือไม่กู้ แต่สุดท้ายคนก็จะไม่อยากช้จ่ายอยู่ดีเพราะอยากเอาเงินไปฝากได้ดอกเบี้ยมากกว่าเอามาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำให้สุดท้ายกระทบกับยอดขายของบริษัททางอ้อม >> ผลคือ กำไรของบองบริษัทลดลง >ทำให้ราคาหุ้นลดลงในอนาคต 

2.สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ(USD) 

แน่นอนว่าดอกเบี้ยส่งผลกับสกุลเงินของประเทศโดยตรง ในแง่ของความแข็งค่าและอ่อนค่า เพราะเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น คนอยากถือเงินดอลลาร์มากขึ้น (ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตร) เพราะให้ดอกเบี้ยดี ทำให้เงินลงทุนไหลเข้าประเทศ ทำให้สกุลเงินของประเทศแข็งค่าขึ้น 

3.ทองคำและ สกุลเงินออสเตรเลียดอลลาร์(AUD) 

ต้องบอกว่าทั้งสองสินทรัพย์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับดอกเบี้ยโดยตรง แต่เกี่ยวโดยทางอ้อมเพราะเป็นคู่ตรงข้ามกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ(USD) นั่นแปลว่าเมื่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ทองคำ และ AUD จะโดนกดดันทำให้ราคาร่วงลง และที่จับทองคำมาพูดพร้อมกับAUDเพราะ AUDถือเป็นสกุลเงินตัวแทนของความเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ชัดเจนมากตัวหนึ่ง จึงเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ 

ทั้งนี้ต้องบอกว่าจริงๆแล้วเราสามารถเจอเหตุการณ์ ดอลลาร์ขึ้น ทองขึ้น ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้คือภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทั้งสองสินทรัพย์วิ่งไปทางเดียวกัน(ปกติทองวิ่งตรงข้ามดอลลาร์) เพราะดอลลาร์ก็ถือเป็นหนึ่งในสกุลเงิน Safe Heaven ด้วยเช่นกัน นอกเหนือจาก JPY จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ ทองขึ้น ดอลลาร์ขึ้นได้ 

4.บิทคอยน์ 

ด้วยความที่บิทคอยน์นั้นพ่วงกับดอลลาร์(BTC/USD) จึงถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่จะได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ย ตามเหตุผลที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อสอง ว่าการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในระยะยาว ดังนั้นย่อมกดดันราคาบิทคอยน์ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องบอกว่าบิทคอยน์มีพื้นฐาน มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์เพาะตัวของสินทรัพย์ ดังนั้นบางครั้งอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ตรงข้ามกับสกุลเงินดอลลาร์เสมอไป 

แล้วควรวางแผนการลงทุนอย่างไรต่อไปหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย? 

เมื่อเรากำลังอยู่ในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น (เพราะปีนี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายรอบ) สิ่งที่เราจะทำคือ 

“ดูว่าสินทรัพย์อะไรได้ประโยชน์/เสียประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น แล้วปรับพอร์ทตามนั้น” 

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ทำธุรกิจด้านสินเชื่อต่างๆ ก็อาจมีรายได้มากขึ้นเพราะดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น ส่วนบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ก็อาจได้รับผลกระทบเพราะคนไม่อยากกู้เงินมาซื้อบ้านเพราะดอกเบี้ยแพง เป็นต้น 

หรือถ้าเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก็จะยิ่งโดนผลกระทบเชิงลบ เพราะกำไรยังไม่มี หนี้ก็เยอะ ดอกเบี้ยดันมาแพงอีก ก็อาจทำให้ราคาหุ้นร่วงได้  

หรือทองคำก็อาจราคาลงในระยะยาวถ้าดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในระยะยาว เป็นต้น 

ดังนั้นลองมองหาประโยชน์จากการภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น แล้วเกาะเทรนนี้ไปครับ 

ขอให้โชคดีในการลงทุนท่านครับ